OUT-1805




 

วันแรก                  กรุงเทพฯ – ดอนเมือง – มิงกาลาดง – เมืองย่างกุ้ง – หงสาวดี – วัดไจ้คะวาย – พระราชวังบุเรงนอง – เจดีย์ชเวมอดอว์ (พระมหาเจดีย์มุเตา) – ไจ้ทีโย – คิมปูนแคมป์ – พระธาตุอินทร์แขวน

04.00 น.               พร้อมกันที่ ท่าอากาศยานดอนเมือง อาคาร 1 ชั้น 3 ประตู 1 เคาน์เตอร์ 1-2 สายการบิน AIR ASIA โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทฯคอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกในการเช็คอิน

07.15 น.                นำท่านเหินฟ้าสู่ เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่าโดยเที่ยวบิน FD251

08.00 น.               เดินทางถึง ท่าอากาศยานมิงกาลาดง เมืองย่างกุ้ง ประเทศพม่า หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง รับกระเป๋าสัมภาระเรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 80 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง นำท่านเดินทางต่อเพื่อไปยัง วัดไจ้คะวาย เพื่อทำบุญใส่บาตรข้าวสวยแด่ภิกษุ สามเณร จำนวน 1,200 รูป ที่นี้เราจะใส่บาตรข้าวสวยเพียงอย่างเดียว สำหรับอาหารทางชาวบ้านจะจัดเตรียมไว้ต่างหาก (หรือถ้าต้องการถวายสิ่งอื่นๆ ก็สามารถนำไปได้ตามกำลังศรัทธา) สถานที่แห่งนี้เป็นโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนานักธรรมชั้นตรี, โท และเอก (สิ่งที่ทางวัดต้องการมากที่สุดขณะนี้คือข้าวสาร โดยการทำบุญบริจากข้าวสารกระสอบละ 1,000 บาทโดยประมาณ)

จากนั้นนำท่านชม พระราชวังบุเรงนอง ซึ่งเพิ่งเริ่มขุดค้น และบูรณปฏิสังขรณ์เมื่อปี พ.ศ.2533 จากซากปรักหักพังที่ยังหลงเหลืออยู่ ทำให้สันนิษฐานได้ว่าโบราณสถานแห่งนี้เป็นพระราชวังของพระเจ้าหงสาวดีบุเรงนอง ปัจจุบันการขุดค้นยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็พอจะเห็นได้ว่าบริเวณของพระราชวังแห่งนี้กว้างใหญ่เพียงใด

เที่ยง                      บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านนมัสการ เจดีย์ชเวมอดอว์ คนไทยนิยมเรียกว่า พระมหาเจดีย์มุเตา เป็นเจดีย์ใหญ่คู่บ้านคู่เมืองที่สูงที่สุดของหงสาวดี นับว่าเป็น 1ใน5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า ภายในบรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า ซึ่งในสมัยก่อนเป็นสถานที่ประกอบพิธีศักดิ์สิทธิ์ ก่อนออกศึกของบูรพกษัตริย์ ไม่ว่าจะเป็นกษัตริย์มอญหรือพม่า รวมทั้งพระเจ้าบุเรงนองด้วย และเมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชและพระนางสุพรรณกัลยา ทรงประทับอยู่ในหงสาวดี ก็เคยเสด็จมานมัสการพระเจดีย์องค์นี้

จากนั้นนำท่านมุ่งหน้าสู่ เมืองไจ้ทีโย เดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงถึง คิมปูนแคมป์ เชิงเขาไจ้ทีโยหยุดพักเพื่อเปลี่ยนรถเป็นรถบรรทุกหกล้อเพื่อขึ้นบนภูเขา ไจ้ทีโย ใช้เวลาเดินทางจากบริเวณนี้ประมาณ 35 นาที ชมทัศนียภาพอันสวยงามสองข้างทาง พร้อมสัมผัสความเย็นซึ่งจะค่อยๆ เย็นขึ้นเรื่อยๆ เดินทางจนเกือบถึงพระธาตุอินทร์แขวน จากนี้เดินขึ้นไปจนถึงโรงแรมที่พัก พระธาตุอินทร์แขวน เป็นองค์เจดีย์ขนาดเล็ก ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ สูง 5.5 เมตร ปิดทองทั้งองค์ซึ่งตั้งอยู่บนหน้าผาอย่างหมิ่นเหม่ ดูคล้ายว่าจะตกลงไปในหุบเหวได้ทุกขณะ พระธาตุอินทร์แขวนนี้นับเป็น 1 ใน 5 มหาบูชาสถานสูงสุดของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า เป็นที่มาและแรงบันดาลใจของกวีซีไรส์ ปี พุทธศักราช 2534 มาลา คำจันทร์ ที่แต่งวรรณกรรมเรื่อง “เจ้าจันทร์ผมหอม” นิราศพระธาตุอินทร์แขวน

พักที่                       KYAIKHTO HOTEL หรือ YOE YOE LAY HOTEL หรือเทียบเท่า

เย็น                        บริการอาหารเย็น  ณ  ห้องอาหารของโรงแรม

จากที่พักเดินไป พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางเพียง 10 นาทีเท่านั้น หลังอาหารค่ำเชิญท่านไปนมัสการพระธาตุตามอัธยาศัย สามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน ถ้าจะนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานานบริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้ทีโย ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลม หรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเพราะพื้นที่นั่งมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับบุรุษเปิดถึงเวลา 20.00 น. เท่านั้น

 

วันที่สอง               พระธาตุอินทร์แขวน – เมืองหงสาวดี – พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว – พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น – เจดีย์เจ๊าทัตจี (พระนอนตาหวาน) – พระมหาเจดีย์ชเวดากอง – เมืองย่างกุ้ง

05.00 น.               เชิญท่านนมัสการ พระธาตุอินทร์แขวน หรือใส่บาตรตามอัธยาศัย หรือถวายข้าวพระพุทธ มีชุดจำหน่ายบริเวณนั้น ให้ท่านได้ขอพรพระธาตุอินทร์แขวนอีกครั้ง ถ่ายรูป และชมทัศนียภาพรอบ ๆ พระธาตุ พิสูจน์ความมหัศจรรย์ว่าพระธาตุองค์นี้ตั้งอยู่ได้อย่างไร โดยไม่ล้มหรือหล่นลงมา โดยเฉพาะเมื่อมองจากด้านล่างขึ้นไปก็ดูคล้ายกับลอยอยู่เหนือหน้าผา ราวกับพระอินทร์นำไปแขวนไว้กลางอากาศนับเป็นอัศจรรย์เจดีย์

เช้า                          บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

เดินทางกลับตามเส้นทางเดิมมุ่งหน้าสู่ เมืองหงสาวดี ซึ่งเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ของอาณาจักรมอญโบราณที่มีอายุเก่าแก่กว่า 400 ปี ชมวัดและโบราณสถานที่สำคัญในหงสาวดี

เที่ยง                      บริการอาหารกลางวัน  ณ  ภัตตาคาร

หลังจากนั้นนำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียว เป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของเมืองหงสาวดี อีกทั้งยังสามารถเลือกซื้อของฝาก อาทิ ไม้แกะสลัก ผ้าปักพื้นเมือง ผ้าพื้นเมือง นำชม พระเจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งบูรณะเมื่อ พ.ศ.2019 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทิศประกอบด้วยสมเด็จพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต 3 พระองค์ คือ พระพุทธเจ้าโกนาคม์ (ทิศใต้) พระพุทธเจ้ากกุสันธะ(ทิศตะวันออก) และพระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ

นำท่านชม เจดีย์เจ๊าทัตจี หรือ พระนอนตาหวาน ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามที่สุด มีขนตาที่งดงาม พระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ และพระบาทซ้อนกันซึ่งแตกต่างกับศิลปะของไทยที่ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ เป็นศิลปะพม่าที่งดงามมีขนาดความยาวขององค์ 70 เมตร

จากนั้นนำท่านสักการะ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง พระมหาเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของพม่า ตั้งอยู่บริเวณเนินเขาเชียงกุตระ เมืองย่างกุ้ง เชื่อกันว่าเป็นมหาเจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น บนยอดสุดของพระเจดีย์ มีเพชรอยู่ 5,448 เม็ด โดยเฉพาะชื้นข้างบนสุดมีเพชรเม็ดใหญ่อยู่ 72 กระรัต และทับทิม 2,317 เม็ด ซึ่งมีทั้งผู้คนชาวพม่าและชาวต่างชาติมากมายที่พากันเที่ยวชมและนมัสการทั้งกลางวันและกลางคืนอย่างไม่ขาดสาย โดยกล่าวขานกันว่า ทองคำที่ใช้ในการก่อสร้างซ่อมแซมพระมหาเจดีย์แห่งนี้มีจำนวนมหาศาลกว่าทองคำที่เก็บอยู่ที่ธนาคารชาติอังกฤษเสียอีก และนับเป็นมหาเจดีย์ที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

เย็น                         บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

พักที่                       IBIS HOTEL / WYNE HOTEL / GRAND UNITED HOTEL หรือระดับเทียบเท่า

(IBIS HOTEL เป็นโรงแรมระดับ 4 ดาว LOCAL ที่มีคุณภาพ)

 

วันที่สาม               เมืองย่างกุ้ง – เมืองสิเรียม – พระเจดีย์เยเลพญา (เจดีย์กลางน้ำ) – พระเจดีย์โบตะทาวน์ เทพทันใจ – ช้อปปิ้งตลาดสก็อต – พระหินอ่อน – ช้างเผือก – ท่าอากาศยานมิงกาลาดง – ท่าอากาศยานดอนเมือง – กรุงเทพฯ

เช้า                          บริการอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม ซึ่งอยู่ห่างจากย่างกุ้งประมาณ 45 กิโลเมตร เมื่อเดินทางถึงสิเรียม ชมความสวยงามแปลกตาของเมือง ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้งที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี นำท่านชม พระเจดีย์เยเลพญา บนเกาะกลางน้ำอายุนับพันปี เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะ สามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อยๆ ตัวที่ว่ายวนเวียนให้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ เสร็จแล้วเดินทางกลับย่างกุ้ง

จากนั้นนำชม พระเจดีย์โบตะทาวน์ ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่นำไปบรรจุใน พระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือ ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์โบตะตองแห่งนี้ก่อน พระเจดีย์แห่งนี้ได้ถูก ทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยมีความแตกต่างกับพระเจดีย์ทั่วไปคือ ออกแบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่งให้คนเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญ พระบรมธาตุไว้ในผอบทองคำให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนผนังใต้ฐานเจดีย์ ได้นำทองคำและของมีค่าต่างๆ ที่มีพุทธศาสนิกชนชาวพม่านำมาถวายแก่องค์พระเจดีย์ มาจัดแสดงไว้ นำท่านสักการะขอพรจาก เทพทันใจ ซึ่งชาวพม่าให้ความเคารพอย่างมากและนิยมมาขอพร ด้วยเชื่อว่า อธิฐานสิ่งใดจะสมความปรารถนา 

จากนั้นสักการะ เทพกระซิบ หรือนัตอะมาดอว์เมี๊ยะ ตามตำนานกล่าวว่านางเป็นธิดาของพญานาคที่เกิดความศรัทธาในพุทธศาสนาเป็นอย่างแรงกล้า ไม่ยอมกินเนื้อสัตว์จนสิ้นชีวิตไปและได้กลายเป็นนัต ซึ่งชาวพม่าเคารพบูชามานานแล้ว

เที่ยง                       บริการอาหารกลางวัน  ณ  ภัตตาคาร

นำท่าน ช้อปปิ้งตลาดสก็อต ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดของพม่า มีสินค้าของที่ระลึกมากมาย อาทิ อัญมณี ทับทิม ไพลิน หยก ไข่มุก เครื่องเงิน เครื่องหวาย งานฝีมือ เช่น ผ้าปูโต๊ะ ผ้าโสร่ง 

นำท่านสักการะ พระหินอ่อน (เจ๊าดอจี) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่ แกะสลักจากหินอ่อนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในพม่ามีน้ำหนักถึง 60 ตัน สูง 37 ฟุต แกะสลักโดยช่างชาวเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งถือว่าเป็นช่างฝีมือดีที่สุดของพม่า จากนั้นนำท่านชม ช้างเผือก ที่เป็นช้างคู่บ้านคู่เมืองของพม่ามีสีขาวเผือกตลอดทั้งตัวจำนวน 3 เชือก ต้องตามคชลักษณะของช้างเผือกทุกประการ และภายยังมีขนหางของช้างเผือกให้ท่านได้บูชาเพื่อนำกลับไปเป็นเครื่องรางพกติดกาย คนโบราณเชื่อกันว่าขนหางของช้างเผือกนั้นให้คุณทางด้านปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย ช่วยป้องกันอาถรรพ์ ปัดรังควานจากภูตผีปีศาจและสัตว์ร้ายป้องกันคุณไสยต่างๆได้ (เป็นความเชื่อส่วนบุคคล)

ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่ ท่าอากาศยานมิงกาลาดง เมืองย่างกุ้ง

21.40 น.                นำท่านเหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ FD258

23.30 น.               ถึงท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ...

ตั้งแต่กรุ๊ปที่เดินทาง 23-25 มีนาคม 2561 เป็นต้นไป ไฟล์บินจะเปลี่ยนเวลากลับเป็น

20.05 น.                นำท่านเหินฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯ เที่ยวบินที่ FD258

21.55 น.               ถึง ท่าอากาศยานดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ...

 

************************************************

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ไป-กลับ พร้อมคณะ                                                             
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งที่มี
  • ค่าน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระท่านละไม่เกิน 20 กิโลกรัม            
  • ค่ารถรับ-ส่ง และนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าที่พักตามที่ระบุในรายการ พักห้องละ 2 ท่านหรือ 3 ท่าน    
  • ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ตามรายการ
  • ค่าอาหารตามมื้อที่ระบุในรายการ                                                   
  • ค่าจ้างมัคคุเทศก์คอยบริการตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุระหว่างเดินทาง วงเงินท่านละ 1,000,000 บาท  (เงื่อนไขตามกรมธรรม์)

 อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าทิปคนขับรถ หัวหน้าทัวร์ และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น ท่านละ 90 เหรียญ/ทริป/ต่อท่าน
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัวนอกเหนือจากรายการที่ระบุ เช่น ค่าทำหนังสือเดินทาง ค่าโทรศัพท์ ค่าโทรศัพท์ทางไกล ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าซักรีด มินิบาร์ในห้อง รวมถึงค่าอาหารและเครื่องดื่มที่สั่งเพิ่มนอกเหนือรายการ (กรุณาสอบถามจากหัวหน้าทัวร์ก่อนการใช้บริการ)

ราคาและรายการโปรแกรมดังกล่าว อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสถานการณ์ ณ วันเดินทาง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเดินทางเป็นหลัก

TOP