OUT-1809




วันแรก                  กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)

22.00 น.               คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบิเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก            

01.15 น.                ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385

*** คณะเดินทางวันที่ 7-13 ส.ค.61 ออกเดินทางโดยเที่ยวบินที่ EK 371 เวลา 02.25 น. และถึงดูไบ เวลา 05.35 น.***

 

วันที่สอง               ดูไบ – ซูริค – ลูเซิร์น

04.45 น.                เดินทางถึง สนามบินดูไบ นำท่านเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อ             

08.40 น.                ออกเดินทางสู่ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยเที่ยวบิน EK 087               

13.20 น.               เดินทางถึง สนามบินซูริค (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 28 ตุลาคม 2561) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ เมืองลูเซิร์น (Lucerne) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ ที่ถูกห้อมล้อมไปด้วยทะเลสาบและขุนเขา จากนั้นพาท่านชม สิงโตหินแกะสลัก (Dying Lion of Lucerne) ที่แกะสลักบนผาหินธรรมชาติ เพื่อเป็นอนุสรณ์รำลึกถึงการสละชีพอย่างกล้าหาญของทหารสวิสที่เกิดจากการปฏิวัติในฝรั่งเศสเมื่อปี ค.ศ.1792 ชมสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ซึ่งมีความยาวถึง 204 เมตร ทอดข้ามผ่าน แม่น้ำรอยส์ (Reuss River) อันงดงามซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลูเซิร์น เป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาที่เก่าแก่ที่สุดในยุโรป สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1333 โดยใต้หลังคาคลุมสะพานมีภาพวาดประวัติศาสตร์ของชาวสวิส ตลอดแนวสะพาน  จากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าของสวิส เช่น ช็อคโกแลต, เครื่องหนัง, มีดพับ, นาฬิกายี่ห้อดัง อาทิ Rolex, Omega, Tag Heuer เป็นต้น

(ระยะทาง 66 ก.ม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชม.)

ค่ำ                           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน              

นำคณะเข้าสู่ที่พัก โรงแรม IBIS STYLES LUZERN  หรือเทียบเท่า

 

วันที่สาม               ลูเซิร์น – จุงเฟรา – อินเทอลาเกน

เช้า                          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                                ออกเดินทางสู่ เมืองกรินเดอวาลด์ (Grindelwald) เมืองตากอากาศที่สวยงามและยังเป็นที่ตั้งสถานีรถไฟขึ้นสู่ ยอดเขาจุงเฟรา (Jungfrau) เเละเมื่อปี ค.ศ.2001 องค์การยูเนสโกประกาศให้ยอดเขาจุงเฟรา เป็นพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของยุโรป นำคณะนั่งรถไฟท่องเที่ยวธรรมชาติ ขึ้นพิชิตยอดเขาจุงเฟราที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลถึง 11,333 ฟุตหรือ 3,454 เมตร ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขาท่านจะได้ผ่านชมธารน้ำแข็งที่มีขนาดใหญ่จนถึง สถานีรถไฟจุงเฟรายอร์ค (Jungfraujoch) สถานีรถไฟที่อยู่สูงที่สุดในยุโรป (Top of Europe) เข้าชม ถ้ำน้ำแข็ง (Ice Palace) ที่แกะสลักให้สวยงาม อยู่ใต้ธารน้ำแข็งลึกถึง 30 เมตร       (ระยะทาง 84 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)

เที่ยง                      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา อาหารพื้นเมือง

บ่าย                        พาท่านชมวิวที่ ลานสฟิงซ์ (Sphinx Terrace) จุดชมวิวที่สูงที่สุดในยุโรป ที่ระดับความสูงถึง 3,571 เมตร สามารถมองเห็นได้กว้างไกลที่ถึงชายแดนสวิส สัมผัสกับภาพของ ธารน้ำแข็ง Aletsch Glacier ที่ยาวที่สุดในเทือกเขาแอลป์ ยาวถึง 22 ก.ม. และหนาถึง 700 เมตรโดยไม่เคยละลาย อิสระให้ท่านได้สนุกสนานกับการถ่ายรูป เล่นหิมะบนยอดเขา และเพลิดเพลินกับกิจกรรมบนยอดเขา และที่ไม่ควรพลาดกับการส่งโปสการ์ดโดยที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป นำคณะเดินทางลงจากยอดเขาโดยไม่ซ้ำเส้นทางเดิม ให้ท่านได้ชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและแตกต่างกันจนถึง สถานีรถไฟเมืองลาวท์เทอบรุนเนิน (Lauterbrunnen) จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองอินเทอร์ลาเกน (Interlaken) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ระหว่าง ทะเลสาบทูน (Lake Thun) และ ทะเลสาบเบรียนซ์ (Lake Brienz) อิสระให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศและธรรมชาติแบบสวิตเซอร์แลนด์ในเมืองเล็กๆ   (ระยะทาง 35 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที)

ค่ำ                           ***อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย     

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม CITY OBERLAND  หรือเทียบเท่า 

(เพื่อความสะดวกของท่าน กรุณาเตรียมกระเป๋าสำหรับค้างคืนที่เซอร์แมน 1 คืน ในคืนถัดไป)

   

วันที่สี่                    อินเทอลาเกน – เบิร์น – กลาเซียร์ 3000  – เซอร์แมท

เช้า                          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                               นำท่านเดินทางสู่ กรุงเบิร์น (Bern) ซึ่งได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ. 1863 นอกจากนี้เบิร์นยังถูกจัดอันดับอยู่ใน 1 ใน 10 ของเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุดของโลกในปี ค.ศ.2010 นำท่านชม บ่อหมีสีน้ำตาล (Bear Park) สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเบิร์น นำท่านชม มาร์กาสเซ ย่านเมืองเก่า ปัจจุบันเต็มไปด้วยร้านดอกไม้และบูติค เป็นย่านที่ปลอดรถยนต์ จึงเหมาะกับการเดินเที่ยวชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี ชม นาฬิกาไซ้ท์ คล็อคเค่นทรัม อายุ 800 ปี ที่มี “โชว์” ให้ดูทุกๆ ชั่วโมงในการตีบอกเวลาแต่ละครั้ง   (ระยะทาง 56 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที)

 

เที่ยง                      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารจีน  

บ่าย                        นำท่านเดินทางสู่ เมืองโกล เดอ ปิยง (Col De Pillon) เมืองที่ตั้งของสถานีกระเช้าไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่จุผู้โดยสารได้ถึง 125 คน นำท่าน ขึ้นกระเช้ายักษ์ ขึ้นสู่เขากลาเซียร์ 3000 (Glacier 3000) นำท่านเดินข้าม "The Peak Walk by Tissot" สะพานแขวนที่มีความยาว 107 เมตร ข้ามหน้าผาที่ระดับความสูง 3,000 เมตร ท่านจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงามของเทือกเขาแอลป์ อันสวยงามแบบกว้างไกลสุดสายตา ***หมายเหตุ: เขากลาเซียร์ 3000 จะปิดทำการระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2560 คณะจะเปลี่ยนไปขึ้นกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat) แทน***

จากนั้นนำท่านสู่ เมืองเซอร์แมท(Zermatt) เมืองแห่งสกีรีสอร์ท ยอดนิยมที่ได้รับความนิยมสูง เนื่องจากเป็นเมืองที่ปลอดมลพิษทางอากาศเพราะยานพาหนะในเมืองไม่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง แต่ใช้แบตเตอรี่เท่านั้น และยังมีฉากหลังของตัวเมืองเป็น ยอดเขาแมททอร์ฮอร์น (Matterhorn) ที่ได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดในสวิส   (ระยะทาง 129 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชม.)

ค่ำ                           ***อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย     

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม DERBY หรือเทียบเท่า

*** ในกรณีที่ไม่ได้พักในเมืองเซอร์แมท ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์นำพาท่านไปเดินเล่นที่เมืองเซอร์แมทและย้ายไปพักที่เมืองข้างเคียงแทน***

 

วันที่ห้า                 เซอร์แมท – มองเทรอซ์ – เวเว่ย์ – โลซานน์

เช้า                          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                                ให้เวลาท่านอิสระเลือกเดินทางตามอัธยาศัย โดยกระเช้าไฟฟ้าเพื่อสัมผัสกับความงดงามของ ยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น (Klien Matterhorn) ที่สูงถึง 4,478 เมตร และได้ชื่อว่าเป็นยอดเขาที่มีรูปทรงสวยที่สุดของเทือกเขาแอลป์ ชื่นชมกับทิวทัศน์ที่สวยงาม ณ จุดสูงที่สุดบริเวณไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น เข้าชม ถ้ำน้ำแข็ง ที่อยู่สูงที่สุดในสวิส ถ่ายรูปกับรูปแกะสลักน้ำแข็งที่สวยงาม หรือเดินทางไปที่ สถานีรถไฟเซอร์แมท เพื่อเดินทางโดยรถไฟฟันเฟืองสู่ สถานีรถไฟกรอนเนอร์แกรต (Gornergrat railway) สู่จุดชมวิวที่ท่านจะได้เห็นทัศนียภาพที่สวยงามของยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น หรือให้ท่านได้มีเวลาอิสระเดินเล่นเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกในเมืองเซอร์แมท     

เที่ยง                      ***อิสระอาหารกลางวันตามอัธยาศัย          

บ่าย                        นำท่านเดินทางโดยรถไฟสู่ เมืองแทซ (Teasch) จากนั้นเปลี่ยนการเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ เมืองเวเว่ย์ (Vevey) คือเมืองที่ตั้งอยู่ในรัฐโว ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยตัวเมืองตั้งอยู่บนชายฝั่งทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา ต่างก็ขนานนามให้เมืองเวเว่ย์ เป็น "ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิส"(Pearls of the Swiss Riviera) ที่แม้แต่ศิลปินตลกชื่อดังแห่งฮอลลีวู้ด “ชาลี แชปลิน” ยังหลงไหลและได้อาศัยอยู่ที่เมืองนี้ในบั้นปลายชีวิต นำท่านชมเมืองและถ่ายรูปคู่กับ รูปปั้นชาลี แชปลิน (Charlie Chaplin's statue) ตั้งบริเวณด้านหน้า Food Museum โดยที่มีซ้อมขนาดยักษ์ตั้งอยู่ในทะเลสาบ ทำให้มีการกล่าวติดตลกกันว่าเป็นรูปปั้นชาลี แชปลินกำลังหิว   (ระยะทาง 148 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชม.)

นำท่านเดินทางสู่ เมืองมองเทรอซ์ (Montreux) เมืองตากอากาศที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบเจนีวา ได้ชื่อว่าริเวียร่าของสวิส ชมความสวยงามของทิวทัศน์ บ้านเรือนริมทะเลสาบ  นำท่านถ่ายรูปกับ ปราสาทชิลยอง (ด้านนอก) (Chillon castle) ปราสาทโบราณอายุกว่า 800 ปี สร้างขึ้นบนเกาะหินริมทะเลสาบเจนีวา  ตั้งแต่ยุคโรมันเรืองอำนาจโดยราชวงศ์ SAVOY นำท่านเดินทางสู่ เมืองโลซานน์ (Lausanne)  

(ระยะทาง 25 ก.ม.ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที)

ค่ำ                           รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารจีน             

เข้าสู่ที่พัก โรงแรม NOVOTEL LAUSANNE BUSSIGNY  หรือเทียบเท่า

 

วันที่หก                 โลซานน์ – เจนีวา – สนามบิน    

เช้า                          รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

                                นำท่านชม เมืองโลซานน์ (Lausanne) ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา เมืองโลซานน์นับได้ว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์โดยธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิตเซอร์แลนด์ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 4 ในสมัยที่ชาวโรมันมาตั้งหลักแหล่งอยู่บริเวณริมฝั่งทะเลสาบที่นี่ เมืองโลซานน์มีความสวยงามโดยธรรมชาติ ทิวทัศน์ที่สวยงาม และอากาศที่ปราศจากมลพิษ จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้มาพักผ่อนตากอากาศที่นี่ เมืองนี้ยังเป็นเมืองที่มีความสำคัญสำหรับชาวไทยเนื่องจากเป็นเมืองที่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จย่า นำท่านชม สวนสาธารณะที่มีรูปปั้นลิง 3 ตัว ปิดหู ปิดปาก ปิดตา อันเป็นสถานที่ทรงโปรดของในหลวงเมื่อทรงพระเยาว์ และถ่ายรูปกับ ศาลาไทย ที่รัฐบาลไทยส่งไปตั้งในสวนสาธารณะของเมืองโลซานน์      

เที่ยง                      รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง        

บ่าย                        จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองเจนีวา (Geneva) นำชมเมืองที่เป็นศูนย์กลางการประชุมนานาชาติ เมืองที่ตั้งองค์การสากลระดับโลก อาทิ องค์การการค้าโลก, กาชาดสากล, แรงงานสากล ฯลฯ ถ่ายรูปกับ น้ำพุเจทโด ที่ฉีดสายน้ำพุ่งสูงขึ้นไปในอากาศถึง 390 ฟุต (เปิดเฉพาะวันอากาศดี) และถ่ายรูปกับ นาฬิกาดอกไม้ สัญลักษณ์ที่สำคัญของเมืองเจนีวา  

16.00 น.               นำคณะเดินทางสู่ สนามบินเจนีวา เพื่อให้ท่านมีเวลาใน การทำคืนภาษี (Tax Refund) และ มีเวลาในการเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าปลอดภาษีภายในสนามบิน 

21.40 น.                ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK 084

 

วันที่เจ็ด                ดูไบ – กรุงเทพฯ

06.10 น.                เดินทางถึงสนามบินอาบุดาบี เพื่อรอเปลี่ยนเครื่อง

09.40 น.                ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372

***คณะเดินทางวันที่ดังต่อไปนี้ ออกเดินทางเที่ยวบินที่ EK 370 เวลา 11.45 น. และถึงกรุงเทพฯ เวลา 21.25 น.***

11-17, 23-29 ก.ค., 26 ก.ค.-1 ส.ค., 7-13, 8-14  ส.ค. 61 (วันแม่)

19.15 น.               ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ ด้วยความสวัสดิภาพ…..

 

****************************************

 

อัตราค่าบริการนี้รวม

  • ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด ( Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
  • ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
  • ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
  • ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า
  • ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
  • ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
    ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่นไขกรมธรรม์)
    ** ลูกค้าท่านใดสนใจ...ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้ **
    • เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
    • เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]

**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]

  • มัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมค่าทิป)

 อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม

  • ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น  ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น,  ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
  • ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
  • ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่าเชงเก้นประเทศสวิตเซอร์แลนด์
    (ผู้ยื่นวีซ่าต้องชำระเงินตรงกับศูนย์ยื่นวีซ่าในวันยื่น เป็นจำนวนเงินโดยประมาณ 3,500 บาท)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น, พนักงานขับรถ  (15 สวิสฟรังก์)
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (โดยมาตรฐาน 3 สวิสฟรังก์ ต่อคน ต่อวัน : 7x 3 = 21 สวิสฟรังก์)
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3%

ราคาและรายการโปรแกรมดังกล่าว อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและสถานการณ์ ณ วันเดินทาง โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของนักเดินทางเป็นหลัก

TOP